บันทึกหน้าสุดท้าย ( ก่อนศักราชใหม่ )
:: กุมภาพันธ์ เดือนแห่งการเปลี่ยนแปลง และดอกไม้สีชมพู ::
3 rd Anniversary # สมานฉันท์ วันรั้วสีเขียว
รักคือฝันไป / Kiwi delight
วันเด็ก :: ซุปเปอร์ฮีโร่ขาแดนซ์
:: New year Tag :: 2008 ร้อนๆ เลยจ้า
:: ปีใหม่ ๆ กับ ใจ เหี่ยวๆ ::
วันเกิด /ราชประสงค์ / ที่เก่า / เวลาเดิม
HBD :: 23 ธันวาคม .. ปีที่ 30
long weekend ไปมานิดเดียว--> แต่รูปแอบเยอะ
บันทึกหน้าสุดท้าย ( ก่อนศักราชใหม่ )
เก่าไป - ใหม่มา
สวัสดีค่ะ เพื่อนพ้องน้องพี่ที่ยังคิดถึง จำกันได้ ระลึกถึงกัน แวะเข้ามาอ่าน มาทักทายกันในหลายๆทาง ทั้งทาง hi5 / facebook ขอบอกว่า ได้รับข้อความและกำลังใจมากมาย และเสียงติดตามทวงถาม ( คล้ายไฟแนนซ์หนี้ ) ว่าเมื่อไรจะอัพไดอารี่ซักกะทีนึง
จากตอนสุดท้ายที่อัพไป เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ โห..นานกว่านี้มีอีกมั้ยเนี่ย
ที่ผ่านมา 10 เดือนก็ไม่ได้ห่างหายไปไหนจากวงการเน็ตเลยค่ะ
เพียงแต่ว่า อารมณ์บางทีก็อยากเก็บตัวเงียบๆ พูดไม่ออก บอกไม่ถูก
ในอะไรหลายๆอย่าง กับชีวิตที่มันเปลี่ยนแปลงหลายอย่างไปจากเดิม
ต้องปรับตัวใหม่ เรียนรู้ใหม่ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายจริงๆ
ในปี 2552 นี้ จนไม่รู้จะสาธยายเป็นคำพูดอันไหนก่อน อันไหนหลัง เยอะเหลือเกิน
วันนี้ วันที่ 30 เกือบจะสิ้นปีแล้วว.... ก็เลยรวบรวมเรื่องมาเรียบเรียง บอกเล่า ผ่านตัวหนังสือเหมือนอย่างเคย ให้เพื่อนๆ ที่คิดถึงกัน พอจะทราบพิกัดของเอ๋ยคร่าวๆ ว่า อะไร ที่ไหน อย่างไร ไว้พอหนิดหนมๆกันนะคะ...อิอิ
++ ชีวิตคู่ กลายเป็นคี่ ++
ตั้งแต่ต้นปี ขยายความจากไดตอนที่แล้วนะคะ ว่า ตอนนี้เป็นโสดอีกครั้ง ภาษาทางการเรียกว่า แม่หม้าย นั่นเอง หลายๆคนที่สนิทกัน ก็คงพอจะทราบที่มาที่ไปอยู่พอสมควร มันไม่ง่ายที่จะเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลง ในเรื่องใหญ่ๆของชีวิตแบบนี้เลย แต่มันก็ไม่ยากถ้าคิดจะเปลี่ยน ...
ในเมื่อ มันไม่มีทางไหนเวิร์กที่สุด ก็เลือกทางที่เจ็บสั้นที่สุดดีกว่า
เคยได้ยินมั้ยคะ " เจ็บสั้น ดีกว่าปวดนาน " แล้วพอถึงตอนนี้
ก็คิดอยู่เสมอว่า แม้ก่อนแต่งงานจะตัดสินใจผิดพลาด ด้วยความเขลา และ การเอาแต่ใจตัวเอง มองอะไร คิดอะไรตื้นๆ
แต่ถึงจุดนี้ คิดว่าตัดสินใจถูกนะคะ ที่เลือกที่จะแยกทางกันตามกฏหมายจริงๆ
หลังจากที่หลายๆปี ที่ผ่านมา ก็อยู่แบบแยกย้าย ต่างคนต่างอยู่กันอยู่แล้วพอสมควร
ทำอะไรให้เด็ดขาดไปเลย ดีกว่าต้องใช้คำว่า อดทน เพื่อ????...
จะทนไปถึงไหน ตลอดชีวิตเลยมั้ย ทรมานกันไปเปล่าๆ ประสาทเสียกันไปข้างนึงแน่ๆ
อย่างน้อย จบแบบนี้ ตอนที่ ยังไม่เกลียด กันที่สุดดีกว่า เฉยๆกันไป ชินกับแบบนี้มากกว่า ส่วนเรื่องกีวี่ ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง กีวี่ คงรับทราบว่า พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
ไม่รักกัน แต่ไม่รู้สึกขาด
ดีกว่าที่กีวี่จะโตมาแบบ เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยๆ แบบนั้นน่าจะน่ากลัวกว่านะ
เอ๋ยก็พยายามอธิบายให้กีวี่รับรู้คร่าวๆ ตามที่เด็กวัยนี้จะเข้าใจได้
พอโตอีกซักหน่อยก็คงเข้าใจได้เอง จากสถานการณ์ชีวิตที่ดำเนินอยู่
เอ๋ยก็พยายามจะทำให้ดีที่สุด เท่าที่จำทำได้
กับเรื่องที่จบลงไป จริงๆไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรมากมายเลย กลับรู้สึกโล่งอก
รู้สึกดีที่ผ่านมาได้มากกว่า การที่ต้องทนอยู่กับคนที่เราไม่รัก แถมเข้ากันก็ไม่ได้
ไม่ได้ซักกะนิดเดียว นี่มัน สุดๆแล้วล่ะค่ะ
ใครไม่อยู่ตรงจุดนี้อาจจะคิดว่า เรื่องเพียงเท่านี้จะทำให้คนเลิกกันได้เชียวเหรอ
แต่สำหรับเอ๋ย มันสามารถทำให้เอ๋ยกลายเป็นโรคเครียด และโรคซึมเศร้าได้เลย
รู้สึกซังกะตาย ไร้ค่า อยู่ไปวันๆ หาทางออกกับการหาอะไรทำให้ตัวเองไม่ว่าง
ไม่ว่างตลอด อย่าง ถ่ายรูป ช้อปปิ้ง ไปฟิตเนส ทำหน้า
ทำตัวอะไรไปเรื่อยเลย เพื่อที่จะให้ลืมๆความเซ็งจิตของชีวิต
ตอนนี้ สบายใจมากๆๆๆ ถึงมากที่สุดแล้วล่ะค่ะ ถึงจะไม่มีเงินช้อปปิ้ง
ทำนั่นนี่ มากเท่าเดิม แต่ความสุขทางใจ เงินซื้อไม่ได้จริงๆ
ได้ยินคำพูดแนวนี้มานาน จะเห็นภาพที่สุดก็งานนี้แล่ะค่ะ...
++ อย่างนี้มันต้องถอย ++
ถอยรถใหม่ป้ายแดงนั่นเอง คนขับก็ป้ายแดงซะด้วย เพราะไปเรียนขับรถ และไปสอบใบขับขี่ก่อนออกรถ ไม่กี่วัน วันที่ขับรถออกจากศูนย์เอง ยังไม่มั่นใจเลย ว่าจะขับไปรอดมั้ย แบบว่าเพิ่งหัดจริงๆ ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะขับรถเป็นเลย
แต่พอสถานการณ์ เป็นแบบนี้ มีลูกใบเลี้ยงเดี่ยว ไม่มีรถคงลำบาก
เลยตัดสินใจรวบรวมเงินที่พอจะหาได้มาดาวน์รถ ก็ได้ตัว top มาเลยทีเดียว
คือ top มาเลยจากรุ่นล่างสุด รุ่น J นี่คือ อาจจะย่อมาจาก Jon ( จน ) ก็เป็นได้
ปลื้มมากๆ..... ที่ได้รถใหม่ ตอนแรกคิดจะออกรถมือสองด้วยซ้ำ เพราะเงินน้อยจริงๆ
แต่ก็กัดฟัน ถอยรถใหม่ออกมาจนได้ ถึงจะไม่ได้ติดล้อแม๊ก ไม่ได้แต่งรอบคัน
ไม่มี ABS อีกตะหาก
ขนาดที่ปัดน้ำฝนยังมีแค่ 2 เสตปเลย คือ ปาดช้า กับ ปาดเร็ว
แต่ก็ขำๆกันไปไม่ซีเรียส
คิดว่ามันเป็นรถที่สวยมากในห้วงความคิดของเดี๊ยน ใช้สะดวก ทำให้ชีวิตดีขึ้นหน้ามือเป็นหลังมือเลยจริงๆ
ถอยมาวันแรกได้ซัก 3 ชั่วโมง ก็ เอาสีข้างไปแถกับเสาไฟฟ้า จนสีข้างถลอก
เป็นทางยาว เยี่ยม...!
++ Back to Salary Woman ++
โหมดทำมาหากินกันบ้าง... ละทิ้ง สตูดิโอถ่ายภาพ ก็เพราะเหตผลเรื่องครอบครัวนี่ล่ะค่ะ คือ มันไม่ใช่ของของเรา ไม่ใช่เงินของเรา ออกมาทำอย่างอื่นดีกว่า รื้อฟื้นศักยภาพตัวเองกันหน่อย ว่าชั้นสามารถทำอะไรตรงไหนได้บ้างนะ ?
เริ่มงานแรกเลย ก็ทำงานที่สำนักพิมพ์เล็กๆ แห่งหนึ่ง อยากทำมานานแล้ว
งานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ จากที่ได้เรียนรู้คร่าวๆ
จากงานเขียนคอลัมน์ Adverterail ของ Johnson & Johnson
ที่เขียนเรื่องและถ่ายภาพประกอบคอลัมน์
ลงในหนังสือ รักลูก / Mother and care / แม่และเด็ก จำนวน 7 ตอน
ลงสลับหมุนเวียนกันไป ตลอดปี 2009 นี้ ตอนนี้ก็ยังมีขายอยู่นะคะ..
ของเดือน Dec 09 ลงหนังสือแม่และเด็กค่ะ (แอบโปรโมทครั้งสุดท้ายแระ อิอิ)
ทำงานสำนักพิมพ์ นี่ได้เรียนรู้ อะไรใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อนมากมาย
ทั้งกระบวนการทำต้นฉบับ และกระบวนการพิมพ์ทุกขั้นตอน
อยู่ได้ไม่นาน ก็รู้สึกว่า จะโดนใช้งานทับซ้อนหนักไปทาง เลขาฯ มากไปหน่อย
พอดีไม่ชอบฟิลที่เกี่ยวกับการจัดการสำนักงาน และงานเอกสาร บันทึก
จดรายงานการประชุม อะไรพวกนี้เลย ถึงหน้าจะให้ แต่ใจไม่รักอ่ะ
ผิดแผนเลยตรู.... ลาออกๆ
หลังจากนั้นก็ได้ทำงาน ที่บริษัทเล็กๆ
ทำแนวออกแบบกราฟฟิกทั่วๆไป รีทัช ทำอัลบัม
ถ่ายภาพเด็กทั้งโรงเรียนแล้วทำแพคเกจขายผู้ปกครองด้วย
ก็คิดว่าจะทำไปพลางๆก่อน คิดว่าคงไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆมาก
ทางถนัดอยู่แล้ว กะจะทำไปขำๆ รองานใหม่ หาไปเรื่อยๆ
เพราะที่นี่ทำแบบ contact คิดค่าแรงให้เป็นรายวัน แต่จ่ายเป็นรายปักษ์ซะงั้น
( พอล่าสุดก็จ่ายเป็นรายเดือนจนได้ )
ไม่ได้คิดจะทำที่นี่นาน แต่ก็ทำไปหลายเดือนเลย เพราะ.........................................................
ฮ่าๆๆๆ............. ตามไปอ่านข้อต่อปายยยย
.......................................................................
++ แฟนใหม่ ++
นั่นแล่ะ นั่นแล่ะ ที่บอกไม่ได้คิดจะทำงานที่นี่นาน แต่กลายเป็นอยู่ต่อแบบ long stay เลย อยากลาออกไปทำที่ใหม่
ที่ไปสัมภาษน์ได้หลายรอบแล้ว ก็ไม่ออกซักกะที
เพราะมีแฟนอยู่ที่ทำงานเดียวกันนั่นเอง
แต่เดือน มกราคม ก็จะย้ายไปทำที่ บ. อื่นแล้วค่ะ เเพราะ ลักษณะงานน่าสนใจกว่า
.... กับคนนี้ รู้จักกันผิวเผินแค่เพื่อนร่วมงาน ในเริ่มแรก
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไปปิ๊งกันตอนไหน หรือไปจีบกันตอนไหน
แต่รู้สึกว่า เออ คนนี้ คุยแล้วมันไหล ความรู้สึกมันซึมเข้ามาเรื่อยๆ
รู้จักกันประมาณ 1 เดือน เราก็เริ่มจะรู้ตัวทั้งคู่แล้วล่ะว่า..
เราคงต้องเป็นแฟนกัน..ฮ่าๆๆ
คุยรู้เรื่อง สไตล์คล้ายๆกัน ปรึกษาได้ สอนงานก็ได้ จริงใจ ไม่เฟค ดูมั่นคง
อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่น เป็นมิตร จากอารมณ์เสียก็ทำให้เราอารมณ์ดีได้
แบบนี้มันใช่อ่ะ ชอบๆๆ...
ก็เลยคบยาวมาเรื่อย จนมาตอนนี้ก็ 9 เดือนแล้ว
เพราะเริ่มจากไม่ได้คาดหวังอะไรในตัวเค้ามากมาย
เพราะผ่านข้ามช่วงชีวิตที่เจอผู้ชายแบบไม่เวิร์กมาแล้ว
เลยทำให้เรามองเห็นด้านดี ไม่ดี แบบชัดเจน
ไม่ต้องพยายามปรับอะไรเข้าหากันเลย แถมยังเข้ากับกีวี่ได้ดีมากๆ
ไปไหนมาไหนกัน 3 คน แล้วเราไม่เหนื่อยเหมือนเมื่อก่อน
เพราะมีเค้ามาช่วยดูแล ช่วยแชร์สถานการณ์เด็กซน ใส่ใจรายละเอียด
แบบที่เราไม่ต้องบอก ไม่ต้องร้องขอ
โห............แบ่งเบาภาระชั้นได้มากกกถึงมากที่สุด
เลยไม่เหนื่อยที่จะคบและ มีความสุขมากๆ คือพอผ่านจุดนั้น
มาเจอจุดนี้ได้ ไม่รู้จะบอกยังไง ว่ามันดีมากๆเลย
รู้สึก หืมมม...ดีอ่ะ โลกสดใส ทำอะไรก็ดีไปหมด
การที่ได้อยู่กับคนที่เรารักมันดีแบบนี้นี่เอง
จากที่เคยเห็นเืพ่อนๆ ที่ได้อยู่กับคนที่รักแล้วบางทีเราก็แอบอิจฉาอ่ะนะ ได้แต่มอง
ไม่ได้ แพลนไว้ว่าจะต้องแต่งงานกันมั้ย
อะไร ?
ยังไง ?
คิดแค่ว่า วันนี้มีกันและกันอยู่ข้างๆกันไปเรื่อยๆก็พอแล้วล่ะ
++ มีความสุขแล้วก็....++
อ้วนขึ้นสิคะ...
อวบขึ้นแบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ตอนแรกๆ ยังไม่ได้ชั่งน้ำหนักก็คิดว่า ทำไมถ่ายรูปแล้วตัวมันดูฟูๆขึ้น
น้ำหนักเพิ่มพรวดๆๆ จาก 40 เขยิบมาเป็น 45 ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี
โดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะรู้สึก
ว่ากินเท่าเดิม รู้ตัวอีกทีคือ สะโพก ต้นขา ต้นแขน มีไขมันย้อยๆสะสมมาก
หน้าก็บานล้นเชียว พุงนี่ไม่ต้องพูดถึง
หรือเพราะอายุเยอะขึ้นก็เลยเป็นไปตามกลไกของตลาดโลกก็ไม่ทราบแน่ชัด
แต่ตอนนี้ก็หักโหมเล่นฟิตเนสอย่างเอาเป็นเอาตายถึง
สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง เอ่อ..จะผอมมั้ยว๊า...
มีหลายคนทักมาเหมือนกันว่า พักนี้ดูอิ่มเอิบ
หน้าตาดูมีความสุข น่าจะเป็นเพราะมีแฟนใหม่แล้วกระชุ่มกระชวย
จริงๆคือ น้ำหนักกระฉูดตะหาก
แถมไม่มีตังค์ ที่ไปฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียวมา ก็เริ่มจะหมดฤทธิ์ 5555
หน้าเลยกลับมา( เกือบจะบาน) เหมือนเดิมแระ แฮ่ๆๆ..
++ ลูกชาย ++
เด็กชายกวี อนุบาล 2 โรงเรียนแสงโสม ตอนนี้ก็ 4 ขวบ 5 เดือนแล้ว
กำลังโตเป็นหนุ่ม วัยฉะกัน
ยังคง ดื้อ ยังคง ซน เหมือนเดิม มีวีน มีเหวี่ยงบ้าง
แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ พูดด้วยเหตุผลกันดีๆก็รู้เรื่อง เข้าใจ
ที่ปลื้มคือ กีวี่มีความเป็นห่วงเป็นใยแม่เสมอๆ เวลาที่แม่เอ๋ย เครียด หงุดหงิด โกรธ
กีวี่บางทีก็คลานมานอนตัก โอบกอด ลูบหลัง
บอกแม่ว่า " ไม่เป็นไรนะคับ คุณแม่ กีวี่รักคุณแม่มากๆ "
มักจะมี ประโยคถ้อยคำ แบบหนุ่มๆ แมนๆ ฮาๆ มาเซอไพรซ์กันเป็นประจำ
ช่างเลือก ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ออกนอกบ้านต้องใส่
เสื้อมีปก กับ กางเกงขายาวเท่านั้น ไม่งั้นมันไม่ยอม
ทรงผมก็ต้องหวีปัดๆมีผมตกลงมาปกหน้าผาก 3 ปอย นี่เป็นตัวของตัวเองเกิ๊นน
ปีนี้รู้สึกกีวี่โตขึ้นมาก ตัวยืดหน้าตอบ เรียวเล็ก (ตรงไหน..)
สูง 100 cm แล้ว แต่ดูเตี้ยกว่าเพื่อนในห้องเหมือนกัน หรือว่ามันหลอกตาก็ไม่รู้
ที่รู้ๆคือหนูแมนมาก ล่าสุด ตอนงานแสดงประจำปีที่ MCC HALL เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน
กีวี่ต้องขึ้นแสดง จินตลีลาประกอบเพลง " เพลงของหัวใจ " กับเพื่อนๆในห้อง เธอซ้อมที่บ้านมาอย่างดี
แม่ก็มั่นใจว่าได้เห็นลูกชายเต้นสวยๆพร้อมเพรียงกับชาวบ้านแน่ๆ
ปรากฏว่า ก่อนขึ้นเวลาดั๊น โดนเพื่อนต่อย ก่อนขึ้นเวทีแป๊บเดียว
เอาล่ะสิ เธอเลยเดินขึ้นมาแบบ หน้าเปื้อนน้ำตา มายืนประจำที่และไม่ยอมเต้น
ยืนร้องไห้ แบบไม่ต้องลิปซิงค์เลย แม่เอ๋ยยืนดูเกาะขอบเวที เซ็งก็เซ็ง
สงสารก็สงสาร ขำก็ขำ แต่ช่วยอะไรไม่ทันแล้วล่ะ
โธ่ ลูกเอ๊ยย ฟอร์มตกซะแล้ว ไม่เป็นไร ปีหน้ายังมีให้แก้ตัว
ตอนนี้ก็ทนอายกับภาพเคลื่อนไหวใน DVD
ที่ทางโรงเรียนถ่ายให้ผู้ปกครองสั่งซื้อ
ที่มันมีกีวี่ยืนร้องไห้กลางเวทีทุกๆแผ่นเลยสินะ อืมม...
.............................................................................................................................................................
แวะมาบอกเกล่าเล่าสิบกันคร่าวๆ เผื่อมคนคิดถึงกันนะคะ เข้าข้างตัวเองนิดนึง
แหะๆๆ... แล้วถ้ามีโอกาส งานไม่ยุ่งเกินไป จะมาอัพเดทชีวิตต้องสู้ ใหม่จ้า.............
พี่เบิร์ดรักทุกคน... เอ๋ยก็รักทุกคนค่ะ....จุ๊บๆ
Tweet
Share
<<
:: กุมภาพันธ์ เดือนแห่งการเปลี่ยนแปลง และดอกไม้สีชมพู ::
>>
Posted on Wed 30 Dec 2009 15:07
เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่าน ยินดีด้วยนะจ๊ะกับสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นปี 2009 มีแต่สิ่งดีๆ ที่น่าจดจำทั้งนั้นเลย น่าจะนัดเจอกันซักทีเนอะ
ปล ไม่น่าเชื่อกีวี่จะร้องไห้บนเวทีอ่ะ
พี่เปิ้ล
Sat 6 Mar 2010 21:31 [24]
สวัสดีค่ะคุณเอ๋ย
แวะเวียนมาหลายหนก็ไม่เขียนซะที วันนี้แวะมีอีกทีได้อ่านไดหน้านี้มีความสุขมากๆ
ดีใจดัวยกับชีวิตใหม่นะคะ อ่านตอนช่วงท้าย ๆ แอบน้ำตาซึมเหมือนกันนะคะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เหมือนได้เห็นเพื่อนมีความสุขแล้วมันก็มีความสุขด้วยอ่ะ (ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันซะหน่อย)
ไม่ต้องลดน้ำหนักนะคะ ตอนนี้สวยแล้ว มีน้ำมีนวลดีค่ะ อยากจะบอกว่า เห็นรูปถ่าย 3 คนกับคุณแฟน แล้วอยากจะบอกว่า เหมือนครอบครัวเดียวกันเลยอ่ะ ไปไหนกันสามคนไม่บอกว่าไม่ใช่พ่อแม่ลูกเนี่ย ไม่เชื่อนะเนี่ย
ขอให้สุขสมหวังมีความสุขนะคะ
Mon 22 Feb 2010 12:55 [23]
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้มีความสุขตลอดปีและตลอดไปนะคะ
รอไดน้องกี่วี่นานมากเลย กลับมาคราวนี้สดใสมาก ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอนะคะ
meena
Tue 5 Jan 2010 13:37 [22]
คิดถึงไดนี้มากๆจ้ะ ดีใจที่เอ๋ยกลับมาเขียนอีกครั้งนะ
วันนั้นไม่ได้เจอกีวี่เลย น่าสงสารเด็กน้อยจังทำไมเพื่อนทำกับหนูได้นะ
ไม่งั้นคงได้เห็นกีวี่แด้นซ์กระจายแน่ๆ
Happy new year จ้ะ
Tue 5 Jan 2010 13:25 [21]
คิดถึงเอ๋ยกับกีวี่จ้า ไปเจอลงขายเสื้อผ้ากีวี่ที่มามี๊พีเดียแอบไปทักทายด้วย คิดถึงเสมอนะจ๊ะ ดีใจกับสิ่งใหม่ที่ดีที่เกิดขึ้นกับเอ๋ยและลูก สวัสดีปีใหม่จ้า
mokmylove
Tue 5 Jan 2010 11:26 [20]
บอกได้คำเดียว ว่า ดีใจ ที่เห็นไดฯ นี้ค่ะ เพราะเซฟไว้ แวะมาดูบ่อย ๆ เลย
ขอให้มาอัพเรื่อย ๆ นะคะ คิดถึงค่ะ
อร + อิ๊ง
Mon 4 Jan 2010 14:42 [19]
ดีใจมีคุณเอ๋ยมีความสุข และขอให้ความสุขนี้ อยุ๋ตลอดไป นึกถึงเสมอคะ
แม่ไข่มุก
Mon 4 Jan 2010 9:57 [18]
มีความสุขมากๆนะจ้ะเพื่อน
ป๋อล๋อ กีวี่ โตเป็นหนุ่มแล้วนะ
Sun 3 Jan 2010 9:22 [17]
รอไดฯนี้มานานม๊ากว่าเมื่อไหร่จะมาเชียนซ๊ากที
ก็พอจะรับรู้ได้จากไดฯก่อนๆ ว่าคงมีอะไร ก็ได้แต่รอว่าพร้อมเมื่อไหร่ คงกลับมาเอง แล้ววันนั้นก็มาถึง เย้ๆ
ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอจ้า ดีใจด้วยกับชีวิตใหม่ๆ ที่ลงตัวขึ้น
คิดถึงกีวี่ คิดถึงสำนวน ลีลาที่แม่เอ๋ยแหย่ลูก น่าร๊าก
หนุ่มวัยฉะกัน คิคิ คิดดร๊ายย มันเป็นงั้นจริงๆ ด้วยเนอะ
pleja
Sat 2 Jan 2010 14:41 [16]
ไดตอนนี้พี่อ่านแล้วน้ำตาไหลฟะเอ๋ย (จริงๆ นะ) ....ไม่รู้เพราะอะไรอ่ะ คงเพราะดีใจที่เอ๋ยมีความสุข หลังจากรับรู้เรื่องราวมาตลอดว่าผ่านเรื่องร้ายๆ อดทน กล้ำกลืน ฝืนทนมาเยอะ ตอนนี้น้องเรามีความสุขมองโลกได้เป็นสีสวยงามแบบคนอื่นๆ มั่งแล้ว ...เหมือนดักแด้ หนอนชาเขียว ออกมาจากรัง กลายเป็นผีเสื้อแสนสวย โบยบินไปในก็ได้ในโลกแสนสวยอย่างอิสระ มีความสุขกว่าเดิม อยากไปไหนก็ไป ทำอะไรได้เอง (โอววว เข้าใจเปรียบเปรยย 55)
ดีใจที่ชีวิตเอ๋ย ดำเนินต่อไปได้ ดีใจที่กีวี่มีความสุข ดีใจที่เอ๋ยมีความสุขขึ้นกว่าเดิมเยอะ ดีใจๆๆๆๆ จริงๆ นะ
ปล. ไม่ต้องลดความอ้วนหรอก แบบนี้อึ๋มมี มีโนมไว้โชว์ดั๊ว 555
เป็นห่วง และคิดถึงเสมอจ้า
พี่ปุ๋ย
Sat 2 Jan 2010 7:17 [15]
ไม่มีไรจะเม้นท์เฟร้ย
เพราะพูดไปหมดแล้ว ทุกเรื่องทุกสิ่งอย่าง กร๊ากกก
บอกสั้นๆแค่ว่า "รักเสมอ ตลอดมาตลอดไป และทุกสภาวะอากาศ" ฮริ้ววว
แค่นี้แหละ ^^ I will always be there for you. Just reach!
Wed 30 Dec 2009 23:38 [14]
ดีใจจังที่คุณเอ๋ยกับกีวีกลับมาเขียนไดแล้ว คิดถึงมากเลยค่ะ^^
นี่เรียกอ้วนแล้วเหรอ ยุ้ยว่าหุ่นแบบนี้กำลังน่ารักแล้วค่ะ
สวัสดีปีใหม่ด้วยนะคะ ขอให้คุณเอ๋ยกับกีวี่มีความสุขแบบนี้ตลอดไปเลยน๊า^^
ยุ้ย(yui&pui)
Wed 30 Dec 2009 20:46 [13]
แอบร้อนตัวว่าพี่เป็นหนึ่งในคนที่ไปสะกิดน้องเอ๋ยให้มาอัพฯ ไดให้หายคิดถึงทั้งเอ๋ยและน้องกีวี่หรือเปล่า?? อิอิ
ไม่ว่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร พี่ขอให้ชีวิตของน้องเอ๋ยและกีวี่รวมถึงหนุ่มแสนดีคนนั้นมีแต่ความสุขสดชื่นตลอดทั้งปีหน้าและปีต่อไปนะคะ อยากบอกว่าน้องเอ๋ยเข้มแข็งมากๆ พี่เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ค่ะ
ถ้าน้องเอ๋ยอ้วน อย่างพี่คงบวม คนมีความสุขก้ออย่างนี้แหละค่ะ อย่าได้แคร์
ปล. แอบเห็นรูปหนุ่มคนนั้นว่าจะแซวใน fb แต่ไม่กล้ากลัวโดนด่า ฮ่าๆๆ แต่เห็นแล้วหน้าคล้ายน้องกีวี่อ่ะ
noonny
Wed 30 Dec 2009 18:45 [12]
แฟนคลับมารายงานตัวจ้า อ่านไดฯแล้วค่อยหายคิดถึงหน่อย
เหมือนคนเคยเห็นๆกันแล้วก็หายไป ก็รู้สึกเป็นห่วงคุณเอ๋ยเหมือนกัน
แต่พอรู้เรื่องราวความเป็นไปก็หายห่วง แสดงความยินดีกับชีวิตใหม่ที่สดใสด้วยนะคะ
เอ๋ยไม่อ้วนเลยจิงๆนะ
แฟนใหม่หน้าตาคล้ายกีวีมากๆเลยอ่ะ ขอบอก ถ้าไม่เคยเห็นมาก่อนนึกว่าเป็นพ่อลูกกันนะนั่น
สุดท้ายก็สวัสดีปีใหม่ด้วยนะจ๊ะ
แม่น้องพีคน้องภัทร์
Wed 30 Dec 2009 18:06 [11]
ไม่ว่าเอ๋ยจะเลือกเส้นทางชีวิตแบบไหน พี่นกเชื่อว่าเอ๋ยจะต้องตัดสินใจเลือกทางเดินที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดสำหรับเอ๋ยและกีวี่อยู่แล้ว
ขอให้เส้นทางสายใหม่เป็นเส้นทางที่สดใส ราบรื่น ปลอดโปร่ง และประสบความสำเร็จในทุกๆด้านจ่ะ
สวัสดีปีใหม่นะน้อง
nok_noi
Wed 30 Dec 2009 17:17 [10]
ไม่ว่าเอ๋ยจะเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองยังไง พี่นกก็เชื่อว่าเอ๋ยต้องเลือกทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอ๋ยและกีวี่อยู่แล้ว...
ขอให้เส้นทางสายใหม่เป็นเส้นทางที่สดใสราบรื่นปลอดโปร่งนะจ๊ะ...
สวัสดีปีใหม่น่อ...
nok_noi
Wed 30 Dec 2009 17:15 [9]
กลับมาแล้วเหรอคุณน้อง อิอิ คิดถึงหว่ะ
Meeting บ้าน KU ว่าไงหว่าเจ้าบ้าน
พี่ตี๋
Wed 30 Dec 2009 17:05 [8]
เรียบเรียงเรื่องราวได้น่าอ่านจริงๆ อ่านแล้วหยุดไม่ได้ ฟ้าหลังฝนย่อมใสเสมอ ดีใจกับชีวิตที่ลงตัวของเอ๋ยด้วยนะ
ปุ่นกะยีนส์
Wed 30 Dec 2009 16:11 [7]
อ้ง อ้วน อะไรกันครับ ต้องดูนายหญิงที่บ้านผมซิ นั่นถึงเรียกอ้วนจริง กรั๊กๆๆๆ
ปล.ปล่อยให้คิดถึง ด.ช.กวี ตั้งนาน ^ ^
โน
Wed 30 Dec 2009 16:10 [6]
สวัสดีค่ะ คุณเอ๋ย.. คิดถึงคุณเอ๋ยกับเด็กชายกีวีเสมอจ้า....
ยินดีด้วยกับหนทางชีวิตใหม่ที่เลือกนะคะ... เข้าใจมากๆ เพราะโดนมากะตัว ^ ^"
น้องกีวี รักคุณแม่ และดูแลแม่เอ๋ยได้แน่นอน..
จะบอกว่า คุณเอ๋ยอะ สวยโดยไม่ต้องใช้ตัวช่วยเลยค่ะ... จริงๆนะ
ท้ายสุด ขอให้มีความสุขยิ่งๆขึ้นไปนะคะ..
อ้อ
Wed 30 Dec 2009 16:07 [5]
คิดถึงและเป็นห่วงจ่ะ แต่ได้ข่าวมาแบบว็อบๆแวมๆ อยู่เรื่อยๆรู้ว่าอยู่สบายดีมีความสุข ดีใจจ้ะที่เอ๋ยกลับมาเล่าเรื่องราวให้รู้กัน คิดถึงกีวีอยู่บ่อยๆ
ดีใจด้วยนะจ๊ะกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตและก็ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่นำความสุขมาให้ทั้งเอ๋ยและลูก
สวัสดีปีใหม่จ้ะ
แม่จ๋า หนูยาส
Wed 30 Dec 2009 15:59 [4]
ยังไม่ได้อ่านเลย แต่ขอมาบอกก่อนว่า ดีใจมากนะคะที่เอ๋ยกลับมาเขียนไดอารี่อีกครั้ง
aum
Wed 30 Dec 2009 15:51 [3]
ชื่นชมความเข้มแข็ง(ทั้งใจและกาย)ของคุณเอ๋ยจริงๆ -- ติดตามเรื่องราวของคุณเอ๋ยแล้วทำให้นึกถึงเพื่อนรักของตัวเองที่มีชีวิต(รัก)ที่คล้ายๆกับคุณเอ๋ย -- แต่ได้ยาขนานเอกอย่างน้องกีวี่ ไม่ว่าแม่เอ๋ยจะเหนื่อยแค่ไหนก็หายเป็นปลิดทิ้งอยู่แล้ว!!!
ma'SON
Wed 30 Dec 2009 15:35 [2]
ไม่ได้แต่งไดเลยค่ะพักนี้
ไม่ได้ต่ออายุ พรีเมี่ยมด้วยล่ะ เพราะไม่ค่อยได้เขียน
ไดหน้านี้เลยออกมา จัดหน้าแปลกๆหน่อยเพราะมันไม่ค่อยชินกับการใช้งาน ไดอารี่แบบนี้เท่าไรค่ะ
อดเปิดตัวอลังการงานสร้างกันเลย 555
เอ๋ย
Wed 30 Dec 2009 15:09 [1]
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง